คำถามที่พบบ่อยของการเสริมหน้าอก เสริมเต้านม เสริมนม

คำถามที่พบบ่อยของการเสริมหน้าอก เสริมเต้านม เสริมนม 

สำหรับผู้สนใจจะเสริมหน้าอกมักจะมีคำถามเสริมหน้าอก ดังต่อไปนี้

1) เสริมเต้านม เสริมหน้าอกนม เสริมนม สามารถให้นมบุตรได้หรือไม่

ในอดีตการเสริมเต้านม เสริมหน้าอก เสริมนม จะใช้วิธีการฉีดสารเข้าไปที่เนื้อเต้านม เช่น พาราฟิน ฟิวเลอร์ ซิลิโคนเหลว เป็นต้น ซึ่งช่วงแรกจะเห็นเต้านมออกมาถ่ายรูปทรงดูสวย แต่หลังจากนั้นจะมีผลแทรกซ้อนตามมาคือมีการอักเสบของเต้านม เกิดก้อนพังผืด มีการผิดรูป และมีการติดเชื้อ โดยเฉพาะเมื่อเวลามีการตั้งครรภ์จะทำให้น้ำนมค้างอยู่ข้างในและเกิดการอักเสบติดเชื้อของเต้านมเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้การฉีดสารเข้าไปที่เนื้อเต้านม จะทำให้มีการทำลายต่อมน้ำนมเป็นอย่างมาก ทำงานสำหรับคนไข้ที่ได้รับการเสริมเต้านม เสริมเต้านม เสริมนม วิธีการฉีดสารเข้าไปในเนื้อเต้านมจะมีปัญหาต่อการให้นมบุตรอย่างแน่นอนและอาจไม่สามารถให้นมบุตรได้และนอกจากนี้อาจจะต้องทำการผ่าตัดตัดเนื้อเต้านมออกเนื่องจากมีการติดเชื้อหรือมีการอักเสบอย่างรุนแรง

แต่ในปัจจุบันเสริมเต้านม เสริมเต้านม เสริมนม จะใช้ซิลิโคนเต้านมเทียมในการเสริมเต้านม เสริมเต้านม เสริมนม ซึ่งการเสริมเต้านม เสริมเต้านม เสริมนม ด้วยซิลิโคนเต้านมเทียมจะมีความปลอดภัยสามารถให้นมบุตรได้ตามปกติไม่ว่าจะมีการผ่าตัดวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้อ บนกล้ามเนื้อ หรือ ทั้ง2 ชั้นพร้อมๆกัน ดังนั้นผู้หญิงทั้งหลายทุกท่านสามารถให้นมบุตรได้ตามปกติหลังจากการเสริมเต้านม เสริมเต้านม เสริมนม ซึ่งไม่มีผลใดใดต่อการให้นมบุตรเลย

แก้ไขหน้าอก

2) ปัญหาจะมีหน้าอกหย่อนยานหลังจากการให้นมบุตรใช่หรือไม่

หลังการให้นมบุตรเนื้อเยื่อเต้านม จะค่อยๆค่อยๆหย่อนยานลงซึ่งเป็นปัญหาของผู้หญิงหลังให้นมบุตรอยู่เสมอแต่อย่างไรก็ตามปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยการเสริมหน้าอก เสริมเต้านม เสริมนม โดยใช้ซิลิโคนเต้านมเทียม ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาการหย่อนยานได้ในระดับหนึ่ง ถ้ามีปัญหาการหย่อยยานมากก็สามารถแก้ไขโดยการเสริมหน้าอก เสริมเต้านม  เสริมนม พร้อมกับการยกกระชับหน้าอกได้ในเวลาเดียวกัน

แก้ไขหน้าอกหย่อนยาน

3) เสริมหน้าอกจะใช้ทรงกลมหรือทรงหยดน้ำ

ซิลิโคนในการเสริมหน้าอก เสริมเต้านม  เสริมนม มี 2 ทรงคือ ทรงหยดน้ำ และ ทรงกลม ซึ่งขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้หญิงในการทำการเสริมหน้าอก เสริมเต้านม เสริมนม ว่าชอบรูปทรงใด บางท่านต้องการให้ดูลักษณะเป็นธรรมชาติก็จะใช้ทรงหยดน้ำ อย่างท่านต้องการให้ดูใหญ่ดูกระชับและนมแนบชิด ก็จะเลือกทรงกลม ดังนั้นไม่ว่าจะทรงแบบไหน ก็สามารถทำให้เพิ่มบุคลิกภาพที่ดีคืนดูมีเสน่ห์ต่อเพศตรงกันข้ามมากขึ้นได้เช่นเดียวกัน

เสริมหน้าอก-เพิ่มขนาด

4) ควรเลือกโรงพยาบาลและแพทย์ที่ไหนดีในการเสริมหน้าอก  เสริมเต้านม เสริมนม

1) ต้องเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งระดับนานาชาติและเป็นสมาชิกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งระดับนานาชาติและสมาชิกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งแห่งสหรัฐอเมริกา

https://find.plasticsurgery.org/?q=Thailand

http://www.isaps.org/find-a-surgeon/profile/3438/

 

2) การผ่าตัดต้องเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งโดยตรงและมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการผ่าตัดเท่านั้น

http://www.plasticsurgery.or.th/lst_name.php?parm1=ท

เสริมหน้าอกหมอทนงศักดิ์

3) การเตรียมตัวเพื่อเข้ารับการระงับความรู้สึกขณะผ่าตัดหรือการดมยาสลบซึ่งท่านจะได้รับคำแนะนำจากวิสัญญีแพทย์ การผ่าตัดเสริมหน้าอกนั้นโดยมาตรฐานการระงับความรู้สึกต้องทำภายใต้การระงับความรู้สึกโดยการใส่ท่อช่วยหายใจเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงที่สุดซึ่งปลอดภัยมากกว่าการฉีดยานอนหลับเพราะลดโอกาสการเกิดการขาดอากาศหายใจทั้งขณะผ่าตัดและหลังผ่าตัดได้มากและต้องทำภายใต้วิสัญญีแพทย์เท่านั้น

 

เสริมหน้าอก-วิสัญญีแพทย์

4) ขั้นต่อไปคนไข้จะได้รับการประเมินสุขภาพทั่วไปตรวจร่างกายทั่วไปและตรวจวินิจฉัยความแข็งแรงของระบบต่างๆในร่างกายเช่น ระบบโลหิต ระบบหายใจ ตลอดจนระบบหัวใจ และนอกจากนี้จะต้องมีการตรวจเลือดและเอ็กซเรย์ก่อนการผ่าตัดซึ่งเป็นมาตรฐานของการผ่าตัดเสริมหน้าอก ซึ่งต้องเป็นอายุรแพทย์และอายุรแพทย์หัวใจเป็นคนตรวจประเมินก่อนการผ่าตัดทุกครั้ง

เสริมหน้าอก-อายุรแพทย์

5) การผ่าตัดเสริมหน้าอกต้องทำในโรงพยาบาลเท่านั้นและต้องทำในโรงพยาบาลที่ได้รับมาตรฐานสากลและมาตรฐานระดับโลกJCI และโรงพยาบาลต้องได้รับอนุญาตให้พักค้างคืนได้เท่านั้นจึงจะปลอดภัยได้มาตรฐาน http://www.jointcommissioninternational.org/about-jci/jci-accredited-organizations/?c=Thailand

เสริมหน้าอก-JCI

6)  ซิลิโคนที่ใช้ต้องได้รับมาตราฐาน US FDA และมาตรฐานองค์การอาหารและยาของประเทศไทย